ฟุตบอล

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อาร์เจนติน่า 1-ไอเวอร์รี่โคสต์0(เมสซี่)

นักฟุตบอลโลก







คลิป

video

แบ่งสายบอลโลก2010รอบสุดท้าย

แชมป์ฟุตบอลโลก



นับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกขึ้นในปี 1930 มาจนถึงปี 2002 มีชาติที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกไปครอบครองได้เพียงแค่ 7 ชาติ เท่านั้น โดยแบ่งเป็นทีมจากทวีปอเมริกาใต้ 3 ชาติ และจากทวีปยุโรปอีก 4 ชาติ ส่วนทวีปอื่นๆ นั้นยังไม่เคยมีชาติใดมีโอกาสได้สัมผัสกับตำแหน่งแชมป์เลย3 ยอดทีมจากอเมริกาใต้ที่มีโอกาสได้สัมผัสถ้วยเวิลด์คัพอันทรงเกียรติ ได้แก่ อุรุกวัย อาร์เจนตินา และบราซิล โดยอุรุกวัยถือเป็นชาติแรกที่คว้าตำแหน่งแชมป์โลกไปครองในปี 1930 ซึ่งประเทศตนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน จากนั้นให้หลังมาอีก 20 ปี อุรุกวัยก็สามารถคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง ส่วนอาร์เจนตินาได้แชมป์ในปี 1978 และปี 1986 สุดท้าย บราซิลถือเป็นชาติที่ครองแชมป์มากที่สุดถึง 5 สมัย โดยได้แชมป์ในปี 1958 1962 1970 1994 และครั้งล่าสุดในปี 2002 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชียของเรา โดยมีประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมส่วน 4 ยอดทีมจากทวีปยุโรปที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้ ได้แก่ อิตาลี เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศส โดยอิตาลีถือเป็นชาติแรกจากฝั่งยุโรปที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลก และเป็นชาติที่ 2 ต่อจากบราซิลที่สามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 3 สมัย ก่อนที่เยอรมนีจะสมารถคว้าแชมป์ 3 สมัยตามมาเป็นชาติที่ 3อิตาลีได้แชมป์ในปี 1934 1938 และ1982 ขณะที่เยอรมนีได้แชมป์ในปี 1954 1974 และ 1990 ส่วนอังกฤษได้แชมป์ในปี 1966 ที่ตนเองเป็นเจ้าภาพ เช่นเดียวกับประเทศฝรั่งเศสกับตำแหน่งแชมป์ในปี 1998 ซึ่งสามารถล้มทีมมหาอำนาจอย่างบราซิลลงได้ด้วยสกอร์ 3 ประตู ต่อ 0ทว่า เมื่อดูจากปี ค.ศ. แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในปี 1942 และ 1946 ทำไมจึงไม่มีชาติใดได้แชมป์เลย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเกิดขึ้น เนื่องจากโลกกำลังตกอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง

ปรวัติฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลโลกฟีฟ่า (FIFA World Cup) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ โดย ฟุตบอลโลก เริ่มครั้งแรกในปี ค.ศ.1930 (พ.ศ.2473) สำหรับผู้ริเริ่มให้มีการแข่งขัน ฟุตบอลโลก ครั้งแรกคือ จูลส์ ริเมท์ (Jules Rimet) เป็นชาวฝรั่งเศส โดยได้เสนอในที่ประชุมของประเทศสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เมื่อปี ค.ศ.1902 (พ.ศ.2445) แต่กว่าจะลงตัวและเริ่มจัดขึ้นจริง ๆ คือปี ค.ศ.1930 ซึ่งประเทศที่ได้เกียรติเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก ครั้งแรกได้แก่ ประเทศอุรุกวัย โดยมีประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 13 ชาติ และประเทศอุรุกวัยก็คว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะประเทศอาร์เจนตินาไป 4-2 ประตู ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแด่ จูลส์ ริเมท์ ถ้วยรางวัลชนะเลิศจึงใช้ชื่อ "ถ้วยจูลส์ ริเมท์"
จากนั้นก็มีการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก ต่อเนื่องมาทุก 4 ปี โดยครั้งที่ 2 จัดขึ้นในปี ค.ศ.1934 (พ.ศ.2477) ที่ประเทศอิตาลี ผลปรากฏว่าทีมเจ้าภาพก็คว้าแชมป์โลกไปครองได้อีก ด้วยการเอาชนะประเทศเชโกสโลวาเกีย ส่วนครั้งที่ 3 จัดขึ้นในปี ค.ศ.1938 (พ.ศ.2481) ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ประเทศอิตาลียังยอดเยี่ยมคว้าแชมป์โลกไปครองได้อีกสมัย แต่หลังจากฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 การแข่งขันต้องหยุดชะงักไป 12 ปี (ค.ศ.1942, 1946) เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้มาเริ่มแข่งขันครั้งที่ 4 ในปี ค.ศ.1950 (พ.ศ.2493) โดยประเทศบราซิลรับเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางความขัดแย้งของหลาย ๆ ชาติ เนื่องจากควันหลงจากสงครามโลกนั่นเอง

ต่อมาในปี ค.ศ.1970 (พ.ศ.2513) ประเทศบราซิลได้คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 จึงได้สิทธิ์ครอบครอง ถ้วยจูลส์ ริเมท์ (ซึ่งภายหลังได้ถูกขโมยไป) ทางสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติจึงได้จัดทำถ้วยรางวัลขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อว่า "ถ้วยฟีฟ่า" ทำด้วยทองคำ มีความสูง 36 เซนติเมตร มูลค่าประมาณ 4 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ในปี ค.ศ.1982 (พ.ศ.2524) ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 12 ทางสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติได้ปรับเปลี่ยนจำนวนทีมเข้าแข่งขันจากเดิม 16 ทีม เป็น 24 ทีม และในปี ค.ศ.1998 (พ.ศ.2541) ต่อมาก็เพิ่มจาก 24 ทีมเป็น 32 ทีม เนื่องจากฟุตบอลเริ่มได้รับความนิยมไปแพร่หลายทั่วโลก แต่ละประเทศมีการพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาก จึงน่าจะมีทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายมากขึ้นตามไปด้วย จนได้ชื่อว่าเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก